ประเภทของรถโบราณ

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแบ่งประเภทรถโบราณ และรถคลาสสิคใหม่ ตามแนวทางของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) โดยเริ่มใช้ในงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 40 ที่ผ่านมารถโบราณ และรถคลาสสิค แต่ละประเภทมีความเป็นมา และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันดังนี้

บแลค ปี 1904
บแลค ปี 1904

รถรุ่นบรรพบุรุษ (ANCESTOR) ก่อนปี 1904
ยานยนต์ในยุคเริ่มแรก รูปทรง และที่นั่งบังคับขับขี่ มีพื้นฐานมาจากรถเทียมม้า ตัวถัง และกงล้อ หรือซี่ล้อ ทำด้วยไม้ คาดยางเส้นบางๆ ควบคุมด้วยคานโยก หรือแฮนด์แบบรถจักรยาน เครื่องยนต์ระบบสันดาปภายนอก ใช้ไอน้ำ หรือไฟฟ้าจากหม้อแบทเตอรีเป็นแหล่งพลังงาน ติดตั้งใต้พื้นรถ หรือห้อยไว้กับเพลาขับ จนถึงช่วงปลายทศวรรษ ราวปี 1890 จึงเริ่มติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะแบบวัฏจักรอทโทอย่างแพร่หลาย ผู้ผลิตหลัก ได้แก่ เดมเลร์, เมร์เซเดส-เบนซ์, ปังอาร์ เลอ วาซอร์, เปอโฌต์ และโอเพล

โลซีเออร์ 51 เซเวน-แพสเซนเจอร์ ทัวริง
โลซีเออร์ 51 เซเวน-แพสเซนเจอร์ ทัวริง

รถรุ่นผ่านศึก (VETERAN) ปี 1904-1918
รูปลักษณ์พัฒนาต่อเนื่องจากรถรุ่นบรรพบุรุษ ตัวรถเตี้ยลง แต่ยังเป็นทรงตั้ง ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 จังหวะ โดยวางหม้อน้ำ เครื่องยนต์ และเกียร์ เรียงจากหน้าไปหลัง ต่อด้วยห้องโดยสารที่อยู่ในระดับเดียวกัน ตัวรถต่ำลงกว่ารถรุ่นบรรพบุรุษ คาน และโครงตัวถังสร้างด้วยไม้ บุโลหะเนื้ออ่อนและทองเหลือง จึงไม่ทนทาน ผุพังได้ง่าย ใช้โคมตะเกียงเป็นไฟสัญญาณ และให้แสงสว่าง เนื่องจากในช่วงต้นศตวรรษ รถยนต์มีน้อย เมื่อเกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 (ปี 1914-1918) รถเกือบทั้งหมดจึงถูกเกณฑ์ไปใช้ในสนามรบ จนสูญเสียไปจำนวนมาก ทั้งชำรุดจากการใช้งานหนัก และถูกทำลายจากอาวุธสงคราม รถในยุโรป ช่วงปี 1904-1918 ที่เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้ จึงเปรียบเสมือนทหารผ่านศึกเดนตาย

ดิวเสนเบิร์ก เจ ปี 1929
ดิวเสนเบิร์ก เจ ปี 1929

รถโบราณ (VINTAGE) ปี 1919-1930
รถโบราณ คือ รถยนต์ที่ออกจำหน่ายในช่วงระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 ความรู้จากมหาสงคราม ทำให้เกิดการพัฒนามากมาย

เมร์เซเดส-เบนซ์ 540 เค กาบริโอเลต์ เอ ปี 1939
เมร์เซเดส-เบนซ์ 540 เค กาบริโอเลต์ เอ ปี 1939

รถก่อนสงคราม (PRE WAR) ปี 1931-1945
รถที่ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยีก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 ลักษณะพื้นฐานคล้ายรถโบราณ แต่มีความแนบเนียน กลมกลืน และสะดวกสบายมากขึ้น ระยะนี้มีการสร้างถนนเชื่อมโยงไปทั่วยุโรป รถยนต์จึงได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นใหม่ เช่น ไฟส่องสว่างแรงสูง ที่ปัดน้ำฝนไฟฟ้า แตรไฟฟ้า ระบบเบรค 4 ล้อ และยางคุณภาพดี เพื่อให้พร้อมสำหรับการขับขี่ระยะทางไกล นอกจากนี้ ยังมีการผลิตรถหลายประเภท ตามระดับ และวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เข่น รถหรู สำหรับบุคคลชั้นสูง รถระดับกลางสำหรับบุคคลทั่วไป และรถขนาดเล็กเพื่อการกีฬา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนหนุ่มสาว

โอลด์สโมบิล คูเป ปี 1949
โอลด์สโมบิล คูเป ปี 1949

รถหลังสงคราม (POST WAR) ปี 1946-1960
หลังเสร็จสิ้นสงครามโลก ครั้งที่ 2 รถบางส่วนสืบทอดรูปแบบและเทคโนโลยีจากรถรุ่นก่อนสงคราม รูปทรงขึงขัง สร้างด้วยมือ และกระบวนการผลิตแบบโบราณ มุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าสายอนุรักษ์ ขณะที่บางส่วนสร้างจากเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะรถจากผู้ผลิตฝ่ายแพ้สงคราม ที่ไม่เหลือทรัพย์สิน และเครื่องจักรเดิมเลย นอกจากนี้ ความรู้จากการผลิตยุทโธปกรณ์ ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 ยังทำให้เกิดรถยนต์ที่มีรูปทรงแบบปัจจุบัน ส่วนหน้า ส่วนข้าง และส่วนท้ายของรถเชื่อมต่อเป็นพื้นผิวเดียวกัน บังโคลน ตัวถัง ท้ายรถไม่แยกส่วนกันอย่างรถก่อนสงคราม ประตูหน้าต่างรวมกันเป็นหน่วยเดียว แนวแกนพวงมาลัยราบลง ห้องโดยสารมีความสะดวกมากขึ้น สามารถนั่งขับ และโดยสารในท่าเอนพิงพนักได้ ล้อกระทะ ติดยางแบบปัจจุบัน เริ่มการผลิตระบบมวล รวมถึงใช้วัสดุสังเคราะห์เป็นส่วนประกอบ

แฟร์รารี 250 จีที แบร์ลิเนตตา 2 ปี 1960
แฟร์รารี 250 จีที แบร์ลิเนตตา 2 ปี 1960

รถคลาสสิค (CLASSIC) ปี 1961-1970
ทศวรรษแห่งการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของวงการยานยนต์ เทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ และสมองกลรุ่นแรก ร่วมกับวิชาการตลาด นำความหลากหลายมาสู่รถยนต์อย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยส่วนใหญ่จะมีรูปทรง ลู่ลม กระชับ และสะดวกสบายขึ้นในมิติที่เล็กลง

พลีมัธ เฮมิ คูดา คอนเวอร์ทิเบิล ปี 1970

รถคลาสสิคร่วมสมัย (MODERN CLASSIC) ปี 1971-ปัจจุบัน -30 ปี
ยุคที่โลกกระชับตัวแคบลง ศิลปะ และเสน่ห์ของรถยนต์เริ่มจืดจาง แต่ละบแรนด์มีรูปร่างหน้าตาเหมือนๆ กัน ผู้ผลิตหันไปตื่นตัวด้านมาตรฐานการผลิตและการป้องกันสนิม ทำให้รถมีความทนทาน อายุการใช้งานยาวนานกว่ารถยุคก่อนๆ ปัญหาของโลก เช่น วิกฤตการณ์น้ำมัน การกีดกันทางการค้า ความแออัดของการจราจรในเมืองใหญ่ มลภาวะ และกฎหมายความปลอดภัย ส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการออกแบบ และพัฒนายานยนต์ นอกจากนี้ วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ยังทำให้เกิดรถประเภทใหม่ๆ เช่น เอสยูวี และครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี